1 ปีของคูมัน มีด้านดีมากกว่าลบ

1 ปีของคูมัน มีด้านดีมากกว่าลบ

โอกาสในลาลีกาของบาร์ซ่าได้หลุดลอยไปแล้ว แม้ว่าจะไม่ใช่ทางทฤษฎีแต่ก็ดูยากเต็มที แต่การปรับทีมฤดูกาลแรกของโรนัลด์ คูมัน เขาให้การพัฒนาในเชิงบวกมากกว่าการ เชิงลบ

โค้ชชาวดัตช์เข้าร่วมทีมในช่วงที่สโมสรจมดิ่งสู่วิกฤตครั้งใหญ่ซึ่งจบลงด้วยการลาออกของคณะกรรมการบริหาร เขาเริ่มต้นการยกเครื่องรายชื่อแข้งในทีม และเมื่อฤดูกาลใกล้จบลงด้วยความหวังที่ต่ำสุดจนถึงช่วงเวลาลุ้นแชมป์เต็มตัว เห็นได้ว่าทีมมีหวังมากขึ้นที่จะยึดมั่นในอนาคต

ข้อดี

1. คืนชีพกลับมาได้หลังจาก 2-8 ในลิสบอน

คูมัน เข้ามาในทีมที่ชำรุดหนักหลังจากการแข่งขันแชมเปี้ยนลีกส์ที่ ลิสบอน ไม่มีความมั่นใจและไม่มีการคาดการณ์อนาคตที่ชัดเจน แม้ว่าจะมีความผิดปกติตั้งแต่ช่วงแรกที่ทีมยังเดินทางขรุขระกับพลังแข้งรุ่นใหม่ ในตอนท้ายของฤดูกาลแรกกลับเต็มไปด้วยแข้งแห่งความหวัง

2. การสร้างความสามัคคีห้องแต่งตัวใหม่

ทีมได้กลับมาทำงานร่วมกัน และบรรยากาศที่ดีหลังจาก เหตุการณ์เรือแตกเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลที่แล้วโดยมีกลุ่มแข้งหนุ่มๆที่ได้รับการต้อนรับจากแข้งตัวเก๋า

3. สัมพันธ์อันดีกับเมสซี่

หลังจากการเริ่มต้นฤดูกาลที่ซับซ้อน ซึ่ง คูมัน จัดการกับ หลุยส์ ซัวเรซ ทำให้เมสซี่ผิดหวัง ความสัมพันธ์ระหว่างโค้ชและกัปตันน่าจะมีรอยร้าว แต่ทั้งสองให้ความเคารพซึ่งกันและกัน และความเข้าใจแผนการทำงานเป็นอย่างดี

4. กล้าพนันกับรุกกี้

ด้วยทีมที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนถ่าย หลังจากการจากไปของผู้เล่นเช่น ซัวเรซ, วิดัล หรือ ราคิติช เขาไม่ลังเลที่จะเดิมพันอย่างเด็ดขาดกับผู้เล่นเช่น เปดรี้ หรือ อิไลซ์ ซึ่งได้รับความไว้วางใจเป็นอันดับแรกๆในการฝึกซ้อมและในเกม คูมัน ยังให้ความมั่นใจอย่างเต็มที่กับ มิงเกวซ่า และ อเราโฆ่ แม้แต่ อันซู ฟาติ ก็กลับมาโดดเด่นแต่เป็นที่เสียดายที่เขาได้รับบาดเจ็บหนักเสียก่อน

5. เป็นผู้นำในสภาวการณ์แห่งปัญหา

ตำนานของ ‘ดรีมทีม’ รับหน้าที่นำทางห้องแต่งตัวบาร์เซโลนา ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยไฟคุกรุ่นมากกว่าที่เคยเป็นมา หลังจาก 2-8 รวมถึงวิกฤตสถาบัน และเศรษฐกิจที่ร้ายแรงมาก โค้ชชาวดัตช์ไม่เพียงวางตัวโดยไม่เรียกร้องการสนับสนุนทางการเงินจากสโมสรมากนัก แต่ยังทำหน้าที่เป็นผู้นำที่มั่นคง ไม่ลังเลใดๆ

6. โฆษกของสโมสร

ในช่วงเวลาที่ทีมมีช่วงเวลาที่เลวร้าย เขายังสวมบทบาทเป็นโฆษกสโมสรโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจอปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมในการตัดสิน หรือ ในช่วงเวลาที่ไม่มีใครออกมาให้ความชัดเจนในโดยเฉพาะช่วงก่อน บาร์โทเมว ลาออก และก่อนการเลือกตั้ง

7. การปรับทางเทคนิค

เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงการพยายามเริ่มต้นด้วย 4-2-3-1 โดยพิจารณาว่ามันเป็นยุทธวิธีที่เหมาะกับผู้เล่นที่เขาต้องการ คูมัน ได้พยายามหาทางแก้ไขในช่วงเวลาแห่งผลงานไม่ดีและปรับตัวให้เข้ากับ 4-3-3 หรือท้ายที่สุด 3-5-2 โดยมีสามเซ็นเตอร์ซึ่งเป็นระบบที่ลุ้นแชมป์เกือบถึงฝั่งในตอนท้าย

ข้อเสีย

1. ไม่ชนะทีมใหญ่

ธุระที่ยังไม่เสร็จของ คูมัน นั้นคือการไม่สามารถเอาชนะได้ในเกมใหญ่ ๆ  กับเรอัล มาดริด (1-3 และ 2-1) และแอตเลติโก (1-0 และ 0-0) และเสมอกับ เปแอสเช แถมแพ้ในบ้าน 1-4

2. นักฟุตบอลที่ถูกลืม

เปียนิช (ไม่ได้ลงเล่นในลีกตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์) และ ริกิ ปุช (ลงเพียง 21 นาที นับตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม)

3. การเปลี่ยนตัวล่าช้า

หลายครั้งที่เขาดูจะเปลี่ยนแปลงเกมได้ล่าช้า เมื่อทีมตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการแท็กติก และ มีการออกคำสั่งแค่เพียงเล็กน้อยที่ดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงผลการแข่งขันได้ยาก